unable to pass
สรุปว่า ก็ไม่ผ่านรอบแรก
ก่อนจะเข้าไปเช็คในใจก็คิดไว้แล้วแหละว่าคงไม่ได้
ความรู้สึกมันบอก
ตอนแรกก็รู้สึกมึนไปเลย
พอโทรไปหาพี่อ้อยแล้วก็ร้องไห้อย่างเดียว พูดไม่ออก
ความจริง ไม่ได้เสียใจหรือผิดหวังขนาดนั้นนะ
แต่รู้สึกเหมือนทำให้คนอื่นผิดหวังก็เลยเสียใจมากกว่า
ป้าที่อยู่เชียงใหม่
แต่เราเรียกเค้าว่า หม่ามี๊ เพราะรักเหมือนเป็นแม่ลูกกัน
โทรมาตั้งแต่เช้า เค้ารู้ว่าเราจะรู้ผลวันนึ้
เป็นคนแรกที่โทรมา
แต่ตอนเช้ารับไม่ทัน พอเช็คผลเสร็จ ตอนเย็นเค้าโทรมาใหม่
พอเราบอกเค้าว่าไม่ได้ เค้าก็พูดเร็วมากว่า "ไม่เป็นไร"
เราขอเงินเค้าสำหรับค่าเรียนเทคคอร์ส
เค้าก็บอกว่า โอนเงินมาให้แล้วนะ ตั้งใจเรียนล่ะ
คือเค้าไม่ใช่คนมีเงินนะ แต่เค้าก็ส่งเราเรียนจบเอแบค
พอเราได้ยินเค้าพูดแบบนี้เราก็เลยร้องไห้
แต่ไม่ได้ร้องไห้ให้เค้าได้ยิน ไม่อยากให้เค้าไม่สบายใจ
แล้วก็พี่อ้อยด้วย
ที่ออกทุนให้เราทุกอย่าง ทุกอย่างตั้งแต่หัวจรดเท้า
แต่พี่อ้อยก็ไม่ได้พูดซํกคำเรื่องเงิน
แล้วก็บอกตลอดว่าไม่เป็นไร คนที่สมัครหลายรอบแล้วได้ก็มี
นี่เราเพิ่งจะครั้งแรกเอง แล้วเราก็ยังทำงานอย่างอื่นได้อีกตั้งเยอะ
รู้สึกแย่มากที่ทำให้คนที่รักเราต้องผิดหวัง
 
เหมือนเริ่มต้นชีวิตใหม่เลยนะ
ชีวิตที่เลิกคิดเรื่องแจลไปได้เลย
ถ้าจะคิดก็คงคิดใหม่ปีหน้า
กลับมากินขนมได้เหมือนเดิม ไม่ต้องรักษาผิวแล้วด้วย
มาคิดๆดู ทุ่มเทกับแจลไปเยอะอย่างไม่น่าเชื่อ
แต่ก็อาจจะไม่พอ หรือไม่นี่ก็อาจจะไม่ใช่ที่ของเรา
เอาเหอะ...
จะว่าไป เราก็ไม่เคยประสบความสำเร็จ
กับอะไรก็ตามที่มันจะต้องสัมภาษณ์ พูด
หรือคัดกันตัวต่อตัวแบบนี้เลย
สงสัยว่า หน้าตาท่าทางจะดูไม่เป็นที่รักอะไรแบบนั้นมั้ง
 
วันนี้เลยนอนอยู่บ้านทั้งวัน หมดแรงจะทำอย่างอื่น
อยากหางานทำว่ะ ไม่อยากอยู่บ้าน
แต่ถึงยังไง พอวันที่ 29 ก็ต้องกลับไปเรียนเทคคอร์สอีกอยู่ดีอ่ะ
เอาไงกับชีวิตดีว๊า...
 


รูปไมค์น่ารักจังเร ยย
ฝากไดเราด้วยนะคร๊ะ ........
บุย ๆๆ